Head to Head ลดโอกาสเกมเพลย์ออฟให้น้อยที่สุด

Head to Head เชลซีได้เปรียบเพราะมายิงได้ที่แอนฟิลด์ 1 ประตู

Head to Head กลายเป็นประเด็นดราม่า สำหรับเรื่องที่ทำไมเชลซีถึงได้อันดับเหนือกว่าลิเวอร์พูล ทั้งๆ ที่สถิติทุกอย่าง ทั้งคะแนน ผลต่างประตูได้เสีย และประตูที่ยิงได้ล้วนเท่ากันหมด

ถ้าเรื่องดราม่าเหล่านี้ เกิดขึ้นเมื่อจบ 38 เกม จะไม่มีใครแปลกใจเลย แต่นี่ดันมาเกิดขึ้นเมื่อผ่านการแข่งขันไป 5 เกม เท่านั้น และดูเหมือนจะไม่มีใครยอมใครเลย จนสุดท้ายต้องมานั่งหาเหตุผลกันว่า เพราะอะไร เชลซีถึงอยู่ในอันดับที่เหนือกว่าลิเวอร์พูล

ก่อนฤดูกาล 2019/20 จะเริ่มต้น พรีเมียร์ลีก ใช้เกณฑ์ในการวัดผลอันดับในตารางอยู่ 3 เกณฑ์ด้วยกัน 1) คะแนนที่ได้ 2)ผลต่างประตูได้เสีย 3)จำนวนประตูที่ยิงได้ ซึ่งถ้ามีทีมที่ทำทั้ง 3 ข้อได้เท่ากัน ถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้น ระหว่างฤดูกาลยังแข่งขันไม่จบ ก็ให้เรียงลำดับตามอักษรมาก่อนหลังภาษาอังกฤษเป็นการชั่วคราว

แต่ถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อจบฤดูกาล หากอันดับในตารางไม่ได้มีผลในการหาตัวแทนแชมป์ หรือโควต้าฟุตบอลสโมสรยุโรป หรือทีมที่จะตกชั้น ก็ให้ถือว่าทั้ง 2 ทีม มีอันดับที่เท่ากันไป แต่หากมีเรื่องที่ต้องวัดหาทีมที่อันดับที่สูงกว่าเพียงแค่ทีมเดียวแล้ว จะให้ใช้การเพลย์ออฟ เตะกันสนามกลาง เป็นจุดตัดสิน

Head to Head

แต่ตั้งแต่ฤดูกาล 2019/20 เป็นต้นมา ทางพรีเมียร์ลีก มีการเพิ่มกฎ HeadtoHead เข้ามาเป็นเกณฑ์ที่ 4 เพื่อลดโอกาสในการจัดเกมเพลย์ออฟให้ได้น้อยที่สุด ทำให้เกณฑ์การจัดอันดับเพิ่มขึ้นจาก 3 ข้อ เป็น 4 ข้อ ที่นี้มันจะไม่ใช่ปัญหาอะไรเลย เพราะเหตุการณ์ที่จะทำให้สถานการณ์นั้นเกิดขึ้นมีโอกาสน้อยมากๆ แต่ฤดูกาลนี้เชลซี กับลิเวอร์พูล ดันทำให้เกิดขึ้นในสัปดาห์ที่ 5 นำมาซึ่งดราม่า ณ เวลานี้

เดิมที เราเชื่อกันว่า กฎHeadtoHead จะถูกนำมาใช้ก็ต่อเมื่อจบฤดูกาลเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง ได้รับคำตอบมาว่า ถ้าหากทั้ง 2 ทีมมีโปรแกรมที่พบเจอกันมาแล้ว ก็ให้สามารถใช้ได้เลย ไม่ต้องรอจนจบฤดูกาล นั่นคือ ผลเสมอ 1-1 ที่เชลซีบุกมาเก็บ 1 คะแนน ที่แอนฟิลด์ ได้ ให้ถือว่าหากคะแนน, ผลต่างประตูได้เสีย และประตูที่ยิงได้ทั้ง 2 ทีมเท่ากัน ให้ยึดผลการเจอกันของทั้ง 2 ทีม เพื่อดู เฮดทูเฮด ซึ่งกรณีนี้ เชลซีได้เปรียบเพราะมายิงได้ที่แอนฟิลด์ 1 ประตู

แต่ถ้าสมมติว่า เชลซี และลิเวอร์พูล ยังไม่ได้พบกัน แต่มีคะแนน, ผลต่างประตูได้เสีย และประตูที่ยิงได้เท่ากัน ถ้าเป็นแบบนี้วัด เฮดทูเฮดไม่ได้ ก็จะนับแบบเก่า คือ Alphabetic order หรือเรียงลำดับตามตัวอักษรภาษาอังกฤษ

ซึ่งไม่ว่าแบบไหนก็ตาม ลิเวอร์พูลก็จะอยู่ที่อันดับ 2 เป็นการชั่วคราวอยู่ดี อันดับในตารางเกมที่ 5 ไม่ได้มีความสำคัญอะไร สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ทำอย่างไรให้จบอันดับที่ 1 เมื่อเล่นครบ 38 เกม ต่างหาก

สมัครสมาชิก >>>>  คลิกที่นี่

ข่าวที่น่าสนใจ >>>>  ดูบอล123

ตารางคะแนน